Update ณ วันที่ 23/03/069
แสงแดดมีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น
ช่วยสร้างวิตามินดีที่จำเป็นต่อกระดูก แต่ในแสงแดด หรือในที่นี้คือ
รังสีอัลตราไวโอเลต หรือรังสียูวี (Ultraviolet ray: UV) หากได้รับมากเกินจะก่อให้เกิดโทษ
เช่น ทำให้เกิดรอยแดง ผิวไหม้ ผิวที่แก่ก่อนวัย ริ้วรอยเหี่ยวย่น
รวมทั้งการเกิดมะเร็งผิวหนัง ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดจึงมีความสำคัญ
ที่ช่วยป้องกันอันตรายจากแสงแดดที่จะมาทำลายผิวหนัง แต่เราจะมีวิธีเลือกและใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวอย่างไร
ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด วันนี้ อย. มีเคล็ดลับมาฝาก
1.
เริ่มจากเลือกให้ถูก
ก่อนการเลือกใช้เครื่องสำอางป้องกันแสงแดด ควรทำความเข้าใจข้อความต่าง ๆ บนฉลาก
1.1 ค่า SPF
คือค่าที่แสดงถึงความสามารถของผลิตภัณฑ์ในการป้องกันการไหม้แดงของผิวหนังที่เกิดจากการสัมผัสรังสียูวี
1.2 ค่า "UVAPF " คือค่าที่แสดงถึงความสามารถของผลิตภัณฑ์ในการป้องกันอาการ
ดำคล้ำของผิวหนังที่เกิดจากการสัมผัสรังสียูวีเอ (UVA)
1.3
ค่า “PA” คือค่าที่สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องสำอางแห่งประเทศญี่ปุ่นได้กำหนดขึ้นแทนการใช้ค่า UV
APF
1.4 ความสามารถในการกันน้ำ (ถ้ามี)
จะแบ่งเป็น 2 ระดับ
§ Very Water Resistant หมายถึง ระดับการกันน้ำของผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่มีสารป้องกันแสงแดดหลังจากทาผลิตภัณฑ์นั้นแล้วและอยู่ในน้ำรวมทั้งสิ้นเป็นเวลา
80 นาที
§ Water Resistant หมายถึง ระดับการกันน้ำของผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่มีสารป้องกันแสงแดดหลังจากทาผลิตภัณฑ์นั้นแล้วและอยู่ในน้ำรวมทั้งสิ้นเป็นเวลา
40 นาที
ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน
ดังนั้นการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์จึงขึ้นกับรูปแบบกิจกรรม หากเป็นกิจกรรมกลางแจ้งทางน้ำก็เหมาะสำหรับการใช้ที่
SPF
ตั้งแต่ 30 ขึ้นไปและมีความสามารถในการกันน้ำด้วย
2. ใช้ให้เป็น
2.1
เพื่อความปลอดภัยในการใช้เครื่องสำอาง
ควรทดสอบการแพ้ก่อนการใช้ทุกครั้ง โดยการทาผลิตภัณฑ์บริเวณท้องแขน ทิ้งไว้ประมาณ 24-48 ชั่วโมง หากพบความผิดปกติใดๆ เกิดขึ้น เช่น เป็นผื่นแดง คัน ห้ามใช้
2.2
การทาผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดด
"ทาก่อน" ทาก่อนที่จะออกแดด
15-30 นาที
"ทาหนา" เนื่องจากการป้องกันแสงแดดจะมีประสิทธิภาพเต็มที่ถ้าทาหนาพอ
คือต้องใช้ปริมาณ 2 ข้อนิ้วสำหรับหน้าและคอ หรือแบ่งทาทีละ 1
ข้อนิ้ว ซ้ำสองครั้ง
"ทาซ้ำ" ควรทาช่วงเช้า เที่ยง หรือทาซ้ำทุก 2
ชั่วโมง โดยเฉพาะเวลาที่มีเหงื่อออก หลังจาก
ว่ายน้ำ หรือเช็ดตัว
2.3
ควรปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากอย่างเคร่งครัด
หากใช้แล้วมีความผิดปกติใด ๆ เกิดขึ้น
ให้หยุดใช้ทันทีแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด หากอาการยังไม่ดีขึ้นให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
2.4
กรณีเด็กอายุต่ำกว่า
6 เดือน
ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดด แต่ให้หลีกเลี่ยงแสงแดด หรือใส่เสื้อผ้าปกคลุมให้มิดชิด
ป้องกันแสงแดดแทน
การใช้เครื่องสำอางที่มีสารป้องกันแสงแดด
เป็นเพียงวิธีหนึ่งที่จะช่วยลดความเสี่ยงจากอันตรายจากแสงแดดเท่านั้น ที่สำคัญคือ
ควรหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้งในช่วงที่แสงแดดจัด คือ ช่วงเวลา 10.00-16.00 น. หากจำเป็นควรสวมหมวกปีกกว้าง
ใส่เสื้อผ้าที่ปกคลุมมิดชิด และสวมแว่นกันแดดร่วมด้วย
เท่านี้ก็ช่วยปกป้องผิวจากภัยแสงแดดได้แล้ว
#SPF #UVA #PA #PFA
#ป้องกันแสงแดด #ครีมกันแดด
#verywaterresistant
#waterresistant
ข้อมูลอ้างอิง
https://www.rama.mahidol.ac.th/rama_hospital/th/services/knowledge/10212020-1024
New tab (oryor.com)
https://oryor.com/%E0%B8%AD%E0%B8%A2/detail/media_printing/1058
https://oryor.com/%E0%B8%AD%E0%B8%A2/detail/media_specify/392
https://oryor.com/%E0%B8%AD%E0%B8%A2/detail/media_news/751
การรักษาโรคภัยไข้เจ็บ สำหรับอาการป่วยที่ไม่รุนแรงสำหรับบุคคลโดยทั่วไป เช่น ปวดหัว เป็นไข้ ตัวร้อน ท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องเสีย หร (oryor.com)
https://tu.ac.th/thammasat-med-select-sunscreen-summer
Microsoft Word - 10.doc (moph.go.th)
https://pharmacy.mahidol.ac.th/dic/knowledge_full.php?id=38