
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ปาฐกถาพิเศษในการประชุมวิชาการ “ก้าวสู่ทศวรรษที่ 5 ระบบยาประเทศไทย” ย้ำความสำคัญของระบบยาที่มั่นคง ช่วยเพิ่มศักยภาพด้านเศรษฐกิจสุขภาพ ผลักดัน ประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการแพทย์และสุขภาพโลก พร้อมมอบรางวัลเกียรติยศ 5 ทศวรรษระบบยา ประเทศไทย เชิดชูเกียรติบุคคลและเครือข่ายที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาระบบยา รวม 50 รางวัล
วันนี้ (3 เมษายน 2568) ที่ โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ สไตลิช คอนเวนชั่น จ.นนทบุรี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ปาฐกถาพิเศษ “การพัฒนาระบบยาเพื่อ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ” และมอบรางวัลเกียรติยศ 5 ทศวรรษระบบยาประเทศไทย เชิดชูเกียรติ บุคคลและเครือข่ายที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาระบบยา ในการประชุมวิชาการ “ก้าวสู่ทศวรรษที่ 5 ระบบยาประเทศไทย” ภายใต้แนวคิด “Bridging Health and Wealth : The Strategic Impact of Drug System” โดยมี นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา คณะผู้บริหาร ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยา และภาคีเครือข่าย ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม โดยกล่าวว่า ระบบยา เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของระบบสุขภาพของประเทศ และเป็นฟันเฟืองสำคัญของเศรษฐกิจชาติการพัฒนาระบบยาที่มีประสิทธิภาพจะช่วยเสริมสร้างความมั่นคง และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน โดยต้องคำนึงถึงปัจจัยในอนาคตที่สามารถส่งผลต่อการ สร้างระบบยาที่ยั่งยืนด้วย เช่น การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรเป็นสังคมผู้สูงอายุ การเกิดขึ้น ของเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมล้ำสมัย ความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อรับมือภัยคุกคามสุขภาพ ระดับโลก สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงผันผวน การเปลี่ยนแปลงค่านิยมทางสังคม และรูปแบบของโรค ที่อาจเปลี่ยนแปลงไป รวมถึงโรคติดต่อและโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่อาจเพิ่มมากขึ้นในอนาคต
นายสมศักดิ์กล่าวต่อว่า กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดทิศทางในการพัฒนาระบบยา ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ เพื่อให้ประเทศไทยมี “ระบบยาที่มั่นคง บนพื้นฐานของการวิจัยและพัฒนายา ประชาชนเข้าถึงยาคุณภาพอย่างทั่วถึงและปลอดภัย” สอดคล้องกับแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาระบบยา ของประเทศไทย (พ.ศ. 2566 – 2570) ซึ่งการพัฒนายานวัตกรรมให้ทันต่อสถานการณ์จำเป็นต้องเร่งสร้าง องค์ความรู้ใหม่ และนำวิทยาการด้านสุขภาพมาช่วยดูแล รักษา ป้องกันและฟื้นฟู ให้ประชาชนมีสุขภาวะที่ดี รวมทั้งขับเคลื่อนให้อุตสาหกรรมยาเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต สอดคล้องกับเป้าหมายการเพิ่ม ศักยภาพเศรษฐกิจสุขภาพ สู่ Medical and Wellness Hub ที่สามารถสร้างมูลค่ากว่า 6.9 แสนล้านบาท ผ่านนโยบายสำคัญ เช่น การยกระดับสมุนไพรไทย ยาไทย อาหารไทย ภายใต้แนวคิด “เจ็บป่วยคราใด คิดถึงยาไทย ก่อนไปหาหมอ” การมุ่งสู่ศูนย์กลางด้านการแพทย์และสุขภาพมูลค่าสูง (ATMPs) ที่มีมูลค่าถึง 4.19 แสนล้านบาท และคาดว่าจะเติบโตถึง 1.25 ล้านล้านบาท ในปี 2573 โดยต้องทำควบคู่ไปกับการพัฒนา ระบบยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพอื่น ๆ อย่างครบวงจร เพื่อช่วยยกระดับมาตรฐานสาธารณสุขไทยให้ทัดเทียม นานาชาติ และเป็นศูนย์กลางบริการทางการแพทย์ของภูมิภาคต่อไป
ด้าน นพ.สุรโชค กล่าวว่า สำหรับ 50 รางวัลเกียรติยศ 5 ทศวรรษระบบยาประเทศไทย แบ่งเป็น รางวัลเกียรติยศประเภทบุคคล 5 ด้าน ประกอบด้วย ด้านขับเคลื่อนและพัฒนานโยบาย ด้านการเข้าถึงยา ด้านอุตสาหกรรมยา ด้านการใช้ยาสมเหตุสมผล และด้านสารสนเทศระบบยา รวม 15 รางวัล และรางวัล เกียรติยศประเภทเครือข่าย 7 สาขา ประกอบด้วย สาขาสถาบันการศึกษาตัวอย่างด้านการใช้ยาอย่าง สมเหตุสมผล สาขาหน่วยงานบริการ สาขาเครือข่ายภาคประชาชน สาขาเครือข่ายสนับสนุนการสื่อสาร ข้อมูลด้านยา สาขาเครือข่ายภาคอุตสาหกรรม สาขาหน่วยวิจัยระบบยา และสาขาหน่วยงานสนับสนุน ทุนวิจัยระบบยา รวม 35 รางวัล