อย. เผย ร้านยากว่า 3,400 แห่ง ร่วมโครงการ “สุขกาย สบายกระเป๋า” พร้อมเปิดตัวระบบนำทาง “แผนที่ร้านยาใกล้ฉัน” ค้นหาง่าย ผ่าน LINE @FDAThai
6 พฤศจิกายน 2568
อย. เผย
โครงการ “สุขกาย สบายกระเป๋า” ตั้งเป้าลดภาระค่ายาของประชาชน 3 หมื่นล้านบาทต่อปีเพิ่มโอกาสเข้าถึงบริการทางการแพทย์ในโรงพยาบาลเอกชนกว่า 300 แห่ง ประชาชนสามารถนำใบสั่งยาไปซื้อยาจากร้านขายยาที่เข้าร่วมโครงการกว่า 3,400 แห่งทั่วประเทศ พร้อมเปิดตัวระบบนำทาง
“แผนที่ร้านยาใกล้ฉัน” ค้นหาร้านขายยาที่เข้าร่วมโครงการใกล้บ้าน หรือสังเกตโลโก้โครงการที่ร้านขายยา
เภสัชกรหญิงสุภัทรา
บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า เมื่อวันที่
4 พ.ย. 2568 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
ได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการ “สุขกาย
สบายกระเป๋า” ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง
อย. กับกรมการค้าภายในกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และสมาคมโรงพยาบาลเอกชน เพื่อขับเคลื่อนการเข้าถึงบริการสุขภาพที่สอดคล้องกับสภาวะทางเศรษฐกิจ
โดยตั้งเป้าหมายลดภาระค่ายาได้ถึง 3 หมื่นล้านบาทต่อปี ช่วยลดความแออัดในโรงพยาบาลรัฐ
ด้วยการเพิ่มทางเลือกให้ผู้ป่วยที่รักษาในโรงพยาบาลเอกชนที่ร่วมโครงการกว่า 300
แห่ง สามารถทราบรายการและราคายาอย่างชัดเจน และเลือกที่จะนำใบสั่งยาไปซื้อยาจากร้านขายยาที่เข้าร่วมโครงการกว่า
3,400 แห่งทั่วประเทศ
ทั้งนี้
อย. มีบทบาทหลักในการเปิดรับสมัครและเตรียมความพร้อมให้กับร้านขายยาที่สนใจเข้าร่วมโครงการ เพื่อให้มั่นใจว่าร้านขายยาจะสามารถจ่ายยาตามใบสั่งแพทย์ได้อย่างมีคุณภาพและมาตรฐาน พร้อมทั้งได้พัฒนาระบบค้นหา “ร้านยา (สุขกาย สบายกระเป๋า)
ใกล้ฉัน” เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนค้นหาร้านขายยาใกล้บ้านเพื่อซื้อยาได้ง่ายขึ้น
โดยประชาชนสามารถเข้าถึงระบบค้นหาได้ผ่าน QR Code หรือ LINE:
@FDAThai หรือสังเกตเครื่องหมายยืนยันร้านยาที่เข้าร่วมโครงการได้จากโลโก้โครงการ
“สุขกาย สบายกระเป๋า” ที่ติดอยู่บริเวณร้าน
เลขาธิการฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า
อย. ได้รับความร่วมมือจาก สมาคมเภสัชกรรมชุมชน สมาคมผู้ประกอบการร้านยารวมใจไทย
สมาคมร้านขายยา ในการเชิญชวนสมาชิกและสนับสนุนการให้บริการจ่ายยาตามใบสั่งยาให้มีมาตรฐาน โดยในอนาคตมีแนวคิดในการพัฒนาระบบบริหารเวชภัณฑ์รวม
ป้องกันปัญหาการได้รับยาไม่ครบถ้วนตามใบสั่งยา และแก้ไขปัญหายาราคาแพงในอนาคต รวมทั้งร่วมมือกับสภาเภสัชกรรม
ยกระดับมาตรฐานการบริการทางวิชาชีพและให้บริการเภสัชกรรมทางไกล (Telepharmacy)
โครงการนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการพัฒนาระบบใบสั่งยาของไทยให้เทียบเท่าสากล
ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการลดค่าใช้จ่ายด้านยาและยกระดับสิทธิด้านยาของผู้ป่วยในอนาคต
คลังรูปภาพ