อย. เชื่อมโยงพลังภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชนมากกว่า
70 หน่วยงาน ร่วมสนับสนุนพร้อมจัดส่งยาและเวชภัณฑ์ รวมทั้งสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างต่อเนื่องและทันท่วงที
กว่า 2
ล้านชิ้น เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากสถานการณ์มหาอุทกภัยภาคใต้และเหตุการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา
พร้อมย้ำความร่วมมือทุกภาคส่วนเป็นพลังสำคัญในการดูแลสุขภาพประชาชนในยามเกิดวิกฤต
เภสัชกรหญิงสุภัทรา
บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า
สืบเนื่องจากสถานการณ์มหาอุทกภัยภาคใต้
โดยเฉพาะจังหวัดสงขลา ต่อเนื่องด้วยเหตุการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา
ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2568 จนถึงปัจจุบัน ส่งผลให้มีประชาชนได้รับผลกระทบหลายแสนราย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
ได้จัดตั้งศูนย์สนับสนุนยาและเวชภัณฑ์สู้ภัยพิบัติแห่งชาติขึ้น เพื่อเร่งบรรเทาความเดือดร้อนและดูแลความปลอดภัยด้านสุขภาพของผู้ประสบภัย
โดยได้รับความร่วมมืออย่างเข้มแข็งจากภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชนมากกว่า 70
หน่วยงาน หน่วยสนับสนุนยา เวชภัณฑ์ และสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น
องค์การเภสัชกรรม สมาคมไทยอุตสาหกรรมผลิตยาแผนปัจจุบัน บจก.เอ็มเมอรัล นอนวูเว่น อินเตอร์เนชั่นแนล บจก.เอ็นโดเมด (1999) บมจ.ศรีตรังโกลฟส์
(ประเทศไทย) เป็นต้น และหน่วยสนับสนุนการขนส่งไปยังพื้นที่ประสบภัย ได้แก่
กองทัพเรือ กองทัพอากาศ การบินไทย และไปรษณีย์ไทย รวมสิ่งของที่ได้รับการสนับสนุนมีกว่า 2 ล้านชิ้น ประกอบด้วย ด้านยา อาทิ
ยาสามัญประจำบ้าน ยาสำหรับโรคระบาด ยาทาน้ำกัดเท้า
และยาป้องกันและรักษาโรคบาดทะยัก ด้านเวชภัณฑ์ อาทิ หน้ากากอนามัย
ถุงมือทางการแพทย์ เสื้อกาวน์
ชุดทำแผลและชุดตรวจโรค รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภค
อาทิ นม ยากันยุง น้ำยาทำความสะอาด สบู่ แชมพู และยาสีฟัน อย. ขอขอบคุณทุกความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ซึ่งสะท้อนถึงพลังความร่วมมือและความห่วงใยของสังคมไทยในการดูแลกันและกันในยามเกิดภัยพิบัติ
และเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ
และปลอดภัยต่อประชาชน
เลขาธิการฯ
อย.
กล่าวเพิ่มเติมว่า อย. ยืนยันจะเดินหน้าบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง
เพื่อให้การจัดหาและกระจายยาและเวชภัณฑ์มีความเพียงพอ มีคุณภาพ
และเข้าถึงพื้นที่ประสบภัยได้อย่างรวดเร็ว
พร้อมยึดความปลอดภัยและสุขภาพของประชาชนเป็นศูนย์กลางในทุกสถานการณ์