อย. ประกาศมาตรการเชิงรุกรับมือสถานการณ์ตะวันออกกลางที่อาจรุนแรงขึ้น
เปิด "Fast Track" ยาและเวชภัณฑ์
เพิ่มความรวดเร็วในการพิจารณา 3–5 เท่า พร้อมปรับกระบวนการให้มีความยืดหยุ่นตามสถานการณ์
โดยยังคงยึดมาตรฐานคุณภาพ ความปลอดภัย และประสิทธิผลในระดับสูงสุด
เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงยาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็นได้อย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการที่ต้องการความช่วยเหลือติดต่อสายด่วนเฉพาะกิจ
1556 กด 5 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
เภสัชกรหญิงสุภัทรา
บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่เริ่มทวีความรุนแรงและส่งผลกระทบต่อระบบโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ
โดยเฉพาะการนำเข้าวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์สำหรับการผลิตยาและเวชภัณฑ์ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
(อย.) จึงได้เร่งปรับรูปแบบการกำกับดูแลให้มีความคล่องตัวมากขึ้น
ภายใต้กรอบกฎหมายและหลักวิทยาศาสตร์ เพื่อรองรับข้อจำกัดที่เกิดขึ้นในภาวะวิกฤต
มาตรการสำคัญ
ได้แก่ การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิต
เช่น การปรับเปลี่ยนชนิดของบรรจุภัณฑ์ หรือแหล่งวัตถุดิบ โดยใช้
แนวทางการประเมินความเสี่ยง (risk-based approach) และหลักฐานทางวิชาการเป็นสำคัญ
รวมถึงการจัดลำดับความเร่งด่วนของรายการผลิตภัณฑ์ที่จำเป็น
เพื่อให้สามารถดำเนินการได้อย่างเหมาะสมและทันต่อสถานการณ์
โดยไม่กระทบต่อมาตรฐานความปลอดภัยของประชาชน
นอกจากนี้ อย. ได้เปิดช่องทางเร่งด่วน (Fast Track) สำหรับการพิจารณาคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้องกับยาและเวชภัณฑ์ที่มีความจำเป็น
โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวัง (Watch List) เช่น
ยาสำหรับช่วยชีวิต ยาที่ใช้ในห้องผ่าตัด ยาสำหรับโรคที่จำเป็น น้ำยาล้างไต
ชุดสายน้ำเกลือ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่สำคัญ
ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดระยะเวลาการพิจารณาลงได้มากกว่า 3–5 เท่า เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถผลิตยาและเวชภัณฑ์รองรับความต้องการได้อย่างต่อเนื่อง
สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการคำปรึกษาหรือประสบปัญหาในการดำเนินการ สามารถติดต่อ
“สายด่วนเฉพาะกิจ 1556 กด 5” ได้ตลอด 24
ชั่วโมง รวมทั้งมีการจัดตั้ง “Focal Point” ของผลิตภัณฑ์อื่น
ๆ และด่านอาหารและยา เพื่อให้การประสานงานและแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างรวดเร็วและทันท่วงที
เลขาธิการฯ
กล่าวในตอนท้ายว่า ขอยืนยันว่า ทุกมาตรการที่ดำเนินการในช่วงวิกฤตนี้
ยังคงยึดหลักการกำกับดูแลตามกฎหมาย
ควบคู่กับการใช้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์และการประเมินความเสี่ยง
เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่ายาและเวชภัณฑ์ที่ได้รับยังคงมีคุณภาพ ปลอดภัย
และเข้าถึงได้อย่างต่อเนื่อง
พร้อมยืนเคียงข้างผู้ประกอบการไทยในการก้าวผ่านสถานการณ์นี้ไปด้วยกัน