เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
และสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ลงนามบันทึกความเข้าใจ
(MOU) ว่าด้วยการบูรณาการความร่วมมือวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพ
เพื่อเชื่อมโยงงานวิจัย นวัตกรรม และระบบกำกับดูแลเข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม
มุ่งสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพไทย ตั้งแต่ห้องปฏิบัติการสู่การขึ้นทะเบียนและออกสู่ตลาด อย่างมีประสิทธิภาพ
พร้อมยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมสุขภาพไทยในเวทีโลก
เภสัชกรหญิงสุภัทรา
บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการผสานจุดแข็งของ
อย. ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลและส่งเสริมเศรษฐกิจผลิตภัณฑ์สุขภาพ และ
วว. ในฐานะองค์กรวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีของประเทศ
เพื่อร่วมกันพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพของประเทศ (National Quality Infrastructure: NQI) รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมสุขภาพไทยในอนาคต
โดยมุ่งเน้นการดำเนินงานสำคัญ 3 ประเด็น ได้แก่
ประเด็นแรก
การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพ ตั้งแต่การวิเคราะห์ทดสอบในห้องปฏิบัติการมาตรฐานสากล
การขยายศักยภาพโรงงานต้นแบบ (Pilot Plant)
สำหรับพัฒนากระบวนการผลิต ตลอดจนการให้คำปรึกษาด้านกฎระเบียบและการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์สุขภาพ เพื่อช่วยลดช่องว่างระหว่างงานวิจัยกับการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์
ทำให้ผลงานวิจัยไทยสามารถก้าวสู่ตลาดได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ประเด็นที่สอง
การร่วมพัฒนาฐานข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และบัญชีรายการสารหรือส่วนประกอบที่อนุญาตให้ใช้ (Positive List) โดยพิจารณาข้อมูลความปลอดภัยและคุณสมบัติของสายพันธุ์จุลินทรีย์โพรไบโอติกส์ รวมถึงการจัดทำข้อมูลอ้างอิงด้านโพรไบโอติกส์รองรับการปรับปรุงประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับใหม่ ลดภาระการจัดเตรียมข้อมูลซ้ำซ้อนของผู้ประกอบการ
และสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต
ประเด็นที่สาม
การสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ยาเพื่อการบำบัดรักษาขั้นสูง (Advanced Therapy Medicinal Products: ATMPs)
โดยยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านการแพทย์ชั้นสูง
ห้องปฏิบัติการเฉพาะทาง และการจัดตั้งธนาคารชีวภาพ (Biobank)
เพื่อรองรับการวิจัย การพัฒนา และการผลิตในประเทศ
ต่อยอดสู่การเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติของภูมิภาค
เลขาธิการฯ อย. กล่าวในตอนท้ายว่า การผนึกกำลังครั้งนี้สะท้อนถึงบทบาทใหม่ของภาครัฐในการขับเคลื่อน “งานวิจัย นวัตกรรม และการกำกับดูแล” ไปพร้อมกัน เพื่อสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมสุขภาพไทย โดยยังคงยึดมั่นในความปลอดภัยของผู้บริโภค ตามนโยบาย MOPH Plus ของกระทรวงสาธารณสุข และวิสัยทัศน์ FDA on Health Up ของ อย. ที่มุ่งผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นฐานเศรษฐกิจสุขภาพมูลค่าสูงของภูมิภาค