อย. ผนึกกำลัง 5 สมาคมธุรกิจภัตตาคารและอาหาร และผู้ผลิต–ผู้นำเข้าวัตถุเจือปนอาหาร
ร่วมกำหนดแนวทางให้ความรู้ในการใช้วัตถุเจือปนอาหารอย่างถูกต้อง
ทั้งการเลือกซื้อวัตถุดิบ การอ่านฉลาก และการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของไนไตรท์
หลังพบการใช้เกินปริมาณที่กฎหมายกำหนด พร้อมเตรียมออกมาตรการใหม่กำหนดให้เกลือไนไตรท์ผสมสีชมพู
และเพิ่มข้อความคำเตือนบนฉลาก สำหรับผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายแก่ผู้ปรุงอาหารหรือผู้บริโภคโดยตรง
เพื่อยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภค
วันที่ 3 สิงหาคม 2569 เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม
เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เป็นประธานประชุมเพื่อออกมาตรการดูแลความปลอดภัยของวัตถุเจือปนอาหาร
ร่วมกับ 5 สมาคม ได้แก่ สมาคมร้านอาหาร สมาคมภัตตาคารไทย
สมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ สมาคมเชฟประเทศไทย สมาคมร้านอาหารไทยและสตรีทฟู้ด
และกลุ่มผู้ผลิต-ผู้นำเข้าวัตถุเจือปนอาหาร
เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
ให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของผู้บริโภค หลังพบปัญหาการใช้วัตถุเจือปนอาหาร
เช่น ไนไตรท์ ไม่ถูกต้องในร้านค้าหรือสถานที่ปรุงอาหารบางแห่ง ส่งผลให้มีผู้บริโภคได้รับผลกระทบต่อสุขภาพ เกิดอาการเวียนศีรษะ ความดันโลหิตต่ำ หมดสติ
และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต จึงดำเนินมาตรการควบคู่กัน ทั้งการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ผู้ปรุงอาหาร
และกำชับให้ผู้ผลิตและผู้นำเข้าปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ GMP อย่างเคร่งครัด
ทั้งการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร การแสดงวิธีใช้บนฉลาก การควบคุมกระบวนการผลิต
และการจัดทำบันทึกการผลิต
ที่ประชุมเห็นชอบมาตรการร่วมกัน โดยจะจัดหลักสูตรอบรมการใช้วัตถุเจือปนอาหารแก่ผู้ปรุงอาหารจัดทำสื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการเลือกซื้อวัตถุดิบ การอ่านฉลาก และการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของไนไตรท์ รวมถึงปรับปรุงกฎหมายกำหนดให้เกลือไนไตรท์ที่จำหน่ายแก่ผู้ปรุงอาหารหรือผู้บริโภคต้องผสมสีชมพู
เพื่อป้องกันการสับสนกับเกลือบริโภคทั่วไป
พร้อมกำหนดการแสดงคำเตือนบนฉลากว่า "ให้ใช้ตามปริมาณที่แนะนำที่ฉลาก
หากใช้เกินปริมาณที่แนะนำอาจเกิดอันตรายได้" โดยจะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียก่อนดำเนินการตามขั้นตอนการออกกฎหมายต่อไป
ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยลดความเสี่ยงจากการใช้วัตถุเจือปนอาหารไม่ถูกต้อง
และสร้างความเชื่อมั่นต่อความปลอดภัยของอาหารไทยสำหรับผู้บริโภค เลขาธิการฯ อย.
กล่าวในตอนท้าย