ข้อมูลอัปเดท ณ วันที่ 12/11/68
ปัจจุบันประเทศไทยได้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ
ส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพและการดูแลโรคเรื้อรังของผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเมื่ออายุเพิ่มขึ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะค่อย
ๆ ลดลง ทำให้มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคต่าง ๆ และมักเกิดภาวะแทรกซ้อนมากกว่าคนในวัยอื่น
เพื่อลดความเสี่ยงจากปัญหาเหล่านี้ การฉีดวัคซีนจึงเป็นวิธีการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ
บทความนี้จะแนะนำวัคซีนสำคัญที่ผู้สูงอายุควรได้รับ ได้แก่
1.
วัคซีนไข้หวัดใหญ่
วัคซีนไข้หวัดใหญ่ เป็นวัคซีนที่ช่วยลดความรุนแรงของโรค
ลดโอกาสการนอนโรงพยาบาลและลดความเสี่ยงในการเสียชีวิต โดยวัคซีนไข้หวัดใหญ่ประกอบด้วยไวรัสไข้หวัดใหญ่ 3
- 4 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์ A จำนวน 2 สายพันธุ์ และสายพันธุ์ B จำนวน 1-2
สายพันธุ์
ทำไมจึงควรได้รับวัคซีนทุกปี
องค์ประกอบของวัคซีนจะมีการปรับเปลี่ยนทุกปี
ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) เพื่อให้ตรงกับสายพันธุ์ไวรัสที่คาดว่าจะระบาดในแต่ละปี
นอกจากนี้ภูมิคุ้มกันจากวัคซีนจะลดลงเมื่อเวลาผ่านไป
วิธีการฉีด : ฉีด 1 เข็ม เป็นประจำทุกปี แนะนำให้ฉีดวัคซีนก่อนเข้าฤดูฝน
(เดือนพฤษภาคม) หรือก่อนเริ่มฤดูหนาว (เดือนตุลาคม) ซึ่งมักจะมีการระบาดของไข้หวัดใหญ่
โดยสามารถฉีดร่วมกับวัคซีนชนิดอื่นได้
กลุ่มที่ควรฉีดเป็นพิเศษ
ได้แก่ ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป
ผู้ที่มีโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคปอด ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง
ข้อควรระวัง
ห้ามใช้ในผู้ที่แพ้ส่วนประกอบของวัคซีน
2.
วัคซีนงูสวัด
วัคซีนงูสวัดช่วยลดโอกาสการเกิดโรคและความรุนแรงของอาการ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ซึ่งโรคนี้อาจทำให้เกิดอาการปวดแสบร้อน หรือภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตได้ ปัจจุบันมีวัคซีน 2 ชนิด คือ วัคซีนเชื้อตาย และวัคซีนเชื้อเป็น
วิธีการฉีด : (คำแนะนำการฉีดวัคซีน)
สำหรับวัคซีนเชื้อตาย
ฉีด 2 เข็ม ห่างกัน 2 – 6 เดือน สำหรับผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป
สำหรับวัคซีนเชื้อเป็น
ฉีด 1 เข็ม ครั้งเดียว ในผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป (ไม่สามารถฉีดในผู้ใหญ่ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องได้)
ข้อควรระวัง
-
ห้ามใช้ในผู้ที่แพ้ส่วนประกอบของวัคซีน
-
หากเคยเป็นงูสวัด ควรเว้นระยะอย่างน้อย 6 เดือนก่อนฉีด
- ควรปรึกษาแพทย์หากมีโรคประจำตัวหรือใช้ยากดภูมิคุ้มกัน
3.
วัคซีนปอดอักเสบนิวโมค็อกคัส
วัคซีนปอดอักเสบนิวโมค็อกคัสเป็นวัคซีนที่ป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียนิวโมค็อกคัส
(Streptococcus
pneumoniae) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคปอดอักเสบและการติดเชื้อร้ายแรงอื่น
ๆ เช่น การติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis) เยื่อหุ้มในสมองอักเสบ
(Meningitis) การติดเชื้อในหู (Otitis media)
ชนิดของวัคซีน
ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบนิวโมค็อกคัส
2 ชนิด ได้แก่
-
ชนิดคอนจูเกต หรือ PCV (Pneumococcal
conjugate vaccine) มีชนิด 10 สายพันธุ์ (PCV10) และ 13 สายพันธุ์ (PCV13)
-
ชนิดโพลีแซคคาไรด์ หรือ PPSV23
(Pneumococcal polysaccharide vaccine) มีชนิด
23 สายพันธุ์ (PPSV23) ใช้ในเด็กอายุ 2 ปีขึ้นไป และผู้ใหญ่
วิธีการฉีด : ในผู้ที่อายุตั้งแต่ 65
ปีขึ้นไปที่ไม่เคยฉีดวัคซีนนิวโมค็อกคัสมาก่อน แนะนำให้ฉีดชนิด 13 สายพันธุ์ 1
เข็ม จากนั้นอาจพิจารณาฉีดชนิด 23 สายพันธุ์อีก 1 เข็ม ห่างกันอย่างน้อย 1 ปี
กลุ่มที่ควรฉีดเป็นพิเศษ
ผู้สูงอายุ
65 ปีขึ้นไป, ผู้ป่วยเบาหวาน, ผู้ที่มีโรคปอดเรื้อรัง, ผู้ที่มีโรคหัวใจ,
ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง,
ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ
ข้อควรระวัง
-
ห้ามใช้ในผู้ที่แพ้ส่วนประกอบของวัคซีน
-
ระวังในผู้ที่มีประวัติแพ้วัคซีนคอตีบ (Diphtheria
toxoid) สำหรับวัคซีน PCV
สำหรับวัคซีนอื่น ๆ เช่น
วัคซีนโควิด-19 สามารถพิจารณาฉีดได้ โดยปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
อาการข้างเคียงที่พบได้ทั่วไปหลังฉีดวัคซีน
อาจมีอาการปวด บวม แดง หรือคันบริเวณที่ฉีด รวมถึงอาการไข้ วิงเวียน
ปวดศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน อ่อนเพลีย หรือปวดเมื่อยตามตัว ซึ่งมักจะหายได้ภายใน 2-3
วัน
หากอาการไม่ดีขึ้น หรือมีอาการผิดปกติ
เช่น ผื่นขึ้นทั่วตัว แน่นหน้าอก หายใจลำบาก วูบ หรือเป็นลมซึ่งอาจเป็นสัญญาณของภาวะแพ้อย่างรุนแรง
ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
ข้อมูลอ้างอิง
-
คำแนะนำการให้วัคซีนป้องกันโรคสำหรับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย
พ.ศ.2566
-
ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ https://www.chulabhornchannel.com/health-articles/2023/04/วัคซีนสำหรับผู้สูงอายุ/
-
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา https://oryor.com/media/infoGraphic/media_printing/2017?ref=search
-
กรมควบคุมโรค https://ddc.moph.go.th/uploads/publish/1172220210831062615.pdf
- คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย https://ccpe.pharmacycouncil.org/showfile.php?file=1381
- สถาบันวัคซีนแห่งชาติ http://164.115.45.63/VIMSFile/Factsheet/2565_11_pneumococcal_vaccine_factsheet.pdf