อย.
ผนึกกำลัง 11 หน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชน ผลักดันระบบบัญชี
Positive list การันตีความปลอดภัยและประโยชน์ต่อสุขภาพของสารสำคัญในผลิตภัณฑ์อาหาร
ช่วยผู้ประกอบการ SMEs ของไทย ลดต้นทุนและลดขั้นตอนการประเมินเอกสาร
ยกระดับอาหารอนาคตไทยให้แข่งขันได้ในระดับสากล
วันนี้ (24 กรกฎาคม
2569) ณ สำนักงาน สอวช. ชั้น 14 อาคารจามจุรีสแควร์ เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม
เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ได้มอบหมายให้ เภสัชกร มรกต
จรูญวรรธนะ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านความปลอดภัยและประสิทธิผลของผลิตภัณฑ์และการใช้ผลิตภัณฑ์ด้านสาธารณสุข พร้อมคณะผู้บริหาร
อย. ร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา รวม 11
หน่วยงาน ผนึกกำลังร่วมกันจัดงานแถลงข่าวและเสวนา From Science to
Shelf: Positive Lists เร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ ลดต้นทุน ลดเวลา ยกระดับอุตสาหกรรมอาหารอนาคตไทยมูลค่าสูง
ปัจจุบันตลาดอาหารอนาคต (Future Food) เติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปี 2568 มีมูลค่าสูงถึง
356,000 ล้านบาท โดยร้อยละ 89 คือกลุ่มอาหารสุขภาพและสารประกอบเชิงฟังก์ชันที่ผู้บริโภคทั่วโลกต้องการ
แม้ว่าประเทศไทยจะมีศักยภาพสูงจากความหลากหลายของวัตถุดิบอาหาร เช่น ขมิ้นชัน ชาเขียว
หรือโกโก้ แล้วก็ตาม แต่ก็พบว่าผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs กลับต้องเสียโอกาสทางธุรกิจอย่างมหาศาล จากกระบวนการขึ้นทะเบียนและลงทุนศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ใช้เวลานานและมีต้นทุนสูง
นอกจากนี้ยังพบ การขาดความเชื่อมโยงหรือยกระดับงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์ ด้วยเหตุนี้ภาคีเครือข่ายจึงได้ร่วมกันจัดงานแถลงข่าวและจัดเสวนาถ่ายทอดสดการถอดบทเรียน คลินิกให้คำปรึกษาจาก อย.
และการสร้างระบบติดตามผลกระทบทางเศรษฐกิจดังกล่าวขึ้น เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกันและสร้างกลไกในการแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง
สำหรับการนำระบบ Positive Lists มาใช้ ถือเป็นหัวใจสำคัญในการแก้ไขปัญหา
เพราะเป็นจุดเปลี่ยนของวงการอาหารและสุขภาพในประเทศไทย
เนื่องจากเป็นกลไกที่รวบรวมรายการสารสำคัญและข้อความกล่าวอ้างทางสุขภาพ (Health
Claims) ที่ผ่านการพิสูจน์ความปลอดภัยและรับรองประสิทธิภาพโดยมีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์รองรับ
ทำให้ผู้ประกอบการสามารถนำข้อมูลไปพัฒนาผลิตภัณฑ์และสื่อสารประโยชน์ต่อผู้บริโภคได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพทันที
ขณะนี้ Positive Lists ได้ประกาศใช้งานด้านประสิทธิภาพแล้ว
16 ข้อความ จากสารสำคัญ เช่น เบต้า-กลูแคน,
อินนูลิน, โกโก้ฟลาวานอล, ไฟโตสเตอรอล,
โคลีน, DHA/EPA, lutein และ zeaxanthin เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีรายการวัตถุดิบอาหารไทยที่มีศักยภาพอยู่ระหว่างการจัดเตรียมข้อมูลวิชาการ
เช่น กระชายดำ ขมิ้นชัน ข้าว และอื่น ๆ อีกมากกว่า 48 สาร
โดยตั้งเป้าหมายจะขยายให้ครบ 150 ข้อความ ภายในปี 2570
เภสัชกร
มรกต จรูญวรรธนะ ผู้ทรงคุณวุฒิฯ กล่าวถึงการจัดงานครั้งนี้ว่าถือเป็นก้าวสำคัญ ในการเปลี่ยนปัญหาอุปสรรคเชิงระบบให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจผ่านกลไก
Positive Lists ที่จะช่วยผู้ประกอบการลดระยะเวลาการนำสินค้าเข้าสู่ตลาดจาก
2 ปี เหลือเพียง 2 เดือน
ลดต้นทุนได้ถึงร้อยละ 70 และคาดว่าจะช่วยเพิ่มยอดขายได้ร้อยละ
50 เป็นการยกระดับวัตถุดิบอาหาร และเกษตรไทยบนพื้นฐานของข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่น่าเชื่อถือ
เพื่อผลักดันอุตสาหกรรม Future Food ของไทยให้แข่งขันได้ในระดับโลกอย่างเป็นรูปธรรม
******************************************************